การตรวจหาลายนิ้วมือ

การตรวจหาลายนิ้วมือ สำนวน “จับมือใครดม” เป็นสำนวนไทย ที่ทีไว้สำหรับเปรียบเปรย เชิงประชดประชัด ประมาณว่า ของหายแล้วหาคนขโมยไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้ว เราจะรู้ว่าใครเอาของเราไป ไม่ใช่มาจับมือดม แล้วจะรู้ แต่น่าจะหมายถึง เวลาเราทำกับข้าว แล้วมีคนแอบมาหยิบกินไปก่อน พอจับมือดม ก็รู้เลยว่า มือมีกลิ่นกับข้าว อะไร ถูกเอาไปชิมก่อน

ในสถานที่เกิดเหตุ นักนิติวิทยาศาสตร์ มักจะมีเครื่องมือ เพื่อตรวจสอบ หาลายนิ้วมือ ในสถานที่เกิดเหตุ ว่าใครเป็นคนมีส่วน อยู่ในสถานที่เกิดเหตุบ้าง ตอนนี้หลาย ๆ คน ที่เป็นแฟนการ์ตูน โคนัน ยอดนักสืบ จะต้องนึกถึง นักสืบตัวจิ๋ว ที่ใส่แว่นตาใหญ่ ๆ มีแว่นขยาย มีนาฬิกา ที่คอยยิงยาสลบ แน่ ๆ

การตรวจหาลายนิ้วมือ ในสถานที่เกิดเหตุ จะใช้น้ำยา ที่มีความสามารถเฉพาะด้าน และที่สำคัญ ต้องเรืองแสงได้ด้วย เราจะพบว่า นักนิติวิทยาศาสตร์ จะใช้ AgNO3 (ซิลเวอร์ไนเตรต) ซึ่งเป็นสารประกอบของเงิน และมีความสามารถ ในการเรืองแสงยูวี

หลังจากนั้น ก็จะใช้ผงถ่าน ปัดเบา ๆ ไปบริเวณที่เกิดรอยนิ้วมือ ปิดด้วยสก็อตเทป แล้วค่อย ๆ แกะลายนิ้วมือ มาติดลงบนกระดาษ เพื่อเป็นหลักฐานต่อไป ดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่ง่าย ในบทความนี้ เราจะมาลองศึกษา การเกิดลายนิ้วมือ และมาลองหาลายนิ้วมือ กันดูบ้างว่า ทำอย่างไร

ลายนิ้วมือเกิดจากอะไร

การตรวจหาลายนิ้วมือ

ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ของเราจะมีลักษณะพิเศษ คือ นอกจากจะมีความหนา มากกว่าส่วนอื่นแล้ว ก็ยังมีส่วนที่เป็นสัน (Ridge) และส่วนที่เป็นร่อง (Furrow) ซึ่งจะประกอบขึ้น เป็นลวดลาย ที่ไม่ซ้ำกันเลย ไม่ว่าจะเป็นลายที่ บริเวณปลายนิ้ว ฝ่ามือ และฝ่าเท้า สัน และร่องเหล่านี้ จะก่อให้เกิดความฝืด ทำให้เราหยิบจับของ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ประวัติของลายนิ้วมือ

คนเรารู้จักใช้ลายนิ้วมือ ให้เป็นประโยชน์ กันมานานแล้ว โดยชาวจีน และชาวอัสซีเรียน จะเป็นกลุ่มแรก ที่ใช้รอยพิมพ์ ของลายนิ้วมือ บนดินเหนียว แทนการเซ็นชื่อ ในการค้าขาย

รูปแบบของเส้นนูน ที่อยู่บนลายนิ้วมือ เกิดขึ้นตั้งแต่ ตอนเป็นทารก อยู่ในครรภ์ของมารดา และจะเกิดขึ้น อย่างสมบูรณ์ในเดือนที่ 7 ซึ่งการที่เรามีลายนิ้วมือ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้น ส่วนหนึ่งมาจากยีน ที่มีอิทธิพล ต่อรูปแบบของเส้นนูน บนนิ้วมือ ฝ่ามือ นิ้วเท้า และฝ่าเท้า

แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะฝาแฝด ที่มีดีเอ็นเอเหมือนกัน ก็ยังมีรูปแบบเส้นนูน ที่แตกต่างกันด้วย เนื่องจากมีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีอิทธิพล ต่อรูปแบบของลายนิ้วมือด้วย เช่น ตำแหน่งของ ตัวอ่อนในครรภ์ การไหลเวียนของน้ำคร่ำ หรือแม้แต่ความยาวของสายสะดือ

ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัย ที่ทำให้ลักษณะของลายนิ้วมือ ในแต่ละคน มีรายละเอียดปลีกย่อย ที่แตกต่างกันไป โอกาสที่เราจะมีลายนิ้วมือ เหมือนกับใครอีกคนนั้น มีเพียง 1 ใน 64 พันล้าน เท่านั้น

รูปแบบเหล่านี้ เกิดขึ้นบริเวณ ชั้นผิวหนัง ที่เรียกว่า Basal Layer ซึ่งมีเซลล์เรียงตัวเป็นแถวเดียว อยู่ระหว่างชั้นล่างสุด ของชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) กับชั้นบนสุดของชั้นหนังแท้ (Dermis) ที่ Basal Layer นี้ มี Basal Cells

ซึ่งจะแบ่งตัว เพื่อสร้างเซลล์ผิวหนังขึ้นใหม่ ทดแทนเซลล์ผิวหนังเก่า ที่ตาย และดันให้มันหลุดลอกออกไป แต่สำหรับในตัวอ่อน หรือทารกในครรภ์นั้น Basal Layer จะเติบโตได้เร็วกว่า ชั้นล่างสุดของชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้ ที่ขนาบอยู่

จึงทำให้เกิดการพับไปมาของ Basal Layer กลายเป็นรูปแบบ ที่หลากหลาย ของลายนิ้วมือนั่นเอง เมื่อรูปแบบของลายนิ้วมือ เกิดใน Basal Layer ความเสียหาย ที่ผิวหนังชั้นตื้น ที่เกิดจากการขูดขีด เพียงเล็กน้อย หรือแม้แต่การถูกไฟไหม้ จึงไม่สามารถ ทำให้รูปแบบของลายนิ้วมือ เปลี่ยนแปลงไปได้ ผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่ จะมีรูปแบบเดิม เว้นเสียแต่ว่า ความเสียหายจะเกิดขึ้นในชั้นที่ลึกลงไป

ลายนิ้วมือ ถูกนำมาใช้เป็น เครื่องมือ ในการระบุตัว อาชญากรครั้งแรก ในแคว้นเบงกอล ประเทศอินเดีย โดยตำรวจชาวอังกฤษชื่อ Sir Edward Richard Henry ในปี พ.ศ. 2445 สหรัฐอเมริกา เริ่มใช้ลายนิ้วมือ ในการจำแนกตัวบุคคล และในปีต่อ มาเรือนจำแห่งรัฐนิวยอร์ก ก็เริ่มการพิสูจน์ยืนยันตัว ของผู้ต้องขัง โดยใช้ลายนิ้วมือ

การหาลายนิ้วมือแฝงแบบง่าย ๆ

การตรวจหาลายนิ้วมือ

คราวนี้ถึงบทบาท ของการเป็นนักสืบ จำเป็นด้วยการลอง หาลายนิ้วมือ แบบง่าย ๆ จากกระดาษ ซึ่งเราจะพบลายนิ้วมือ แฝงบนกระดาษเยอะมาก เช่น ใบเสร็จรับเงินร้านสะดวกซื้อ สลิปจากการกด ATM หรือแม้แต่ธนบัตร ซึ่งมีลายนิ้วมือมากมาย จนแทบแยกไม่ออก ว่าเป็นลายนิ้วมือใครการตรวจหาลายนิ้วมือ

เริ่มต้น เราเอากระดาษ ที่เราคาดว่ามีลายนิ้วมือ ใช้ปากคีบคีบกระดาษไว้ อย่าให้ลายนิ้วมือของเราไปปนกับลายนิ้วมือแฝงที่อยู่บนกระดาษนั้น ต้มน้ำยาบ้วนปาก แต่เราจะไม่ต้มโดยตรง เพราะน้ายาบ้วนปาก ระเหยได้ง่าย เราจึงต้องใช้การต้ม ผ่านน้ำร้อน ให้ระเหยเป็นไอ

แต่หลายคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมต้องใช้น้ำยาบ้วนปาก เพราะส่วนประกอบสำคัญ ของน้ำยาบ้วนปาก จะมี ZnNO3 ซึ่งเป็นไนเตรทไอออนเช่นเดียวกับ AgNO3 ซึ่งเป็นสารสำหรับ ใช้ในการหาลายนิ้วมือแฝง และที่สำคัญหาได้ง่ายกว่า ราคาก็ถูกกว่าด้วย

เมื่อมีไอของน้ำยาบ้วนปากเกิดขึ้น ให้เราใช้ปากคีบ คีบกระดาษ ที่มีรอยนิ้วมือแฝง ไปอังไอ ของน้ำยาบ้วนปาก ที่ระเหยขึ้นมา  สักครู่ลายนิ้วมือแฝง ที่อยู่ในกระดาษ ก็จะปรากฏให้เห็น แต่ถ้าไม่ชัด ให้ใช้แปรงขนกระต่าย หรือใช้แปรงบรัชออน ปัดด้วยผงถ่านสีดำ แต่ถ้าไม่มี ก็ใช้ผงบรัชออนนั่นแหละ ปัดเบา ๆ ลายนิ้วมือก็จะชัดเจนขึ้นเอง

By cook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *