ดิจิทัล

การแข่งขันกัน อย่างรุนแรง ของการตลาดยุค ดิจิทัล ทำให้เรา ตระหนักได้ว่า แท้จริงแล้ว การแข่งขันนั้น ไม่ใช่การแข่งกับคู่แข่ง ทางธุรกิจ หรือ คนอื่นไกล แต่เป็นการแข่ง กับตัวเอง และ ความสนใจ ของลูกค้า มากกว่า เพราะ ในโลกออนไลน์ จะมีสื่อจำนวนมาก และจะมีจำนวน เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รับทำ marketing

อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดยุค ดิจิทัล ยังมีความคล้ายกับ การทำตลาดแบบดั้งเดิมอยู่ แต่สิ่งที่แตกต่างออกไป อย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ

– ลักษณะทางกายภาพ
– ขั้นตอนการทำ
– กลุ่มเป้าหมาย

ดังนั้น เราจึงจะมานำเสนอ เกี่ยวกับ 6 ขั้นตอน ในการเปลี่ยนจาก คนแปลกหน้า ให้กลายเป็น ลูกค้าประจำ ตลอดกาล ที่จะช่วยให้ การทำการตลาดในยุค ดิจิทัล ของคุณนั้น ชัดเจนมากขึ้น และมุมมอง ของการทำการตลาด ดิจิทัล ของคุณ จะไม่เหมือนเดิม อีกต่อไป

– ขั้นตอนที่ 1 Awareness สร้างการรับรู้

ดิจิทัล

ข้อดีของการใช้ การตลาดออนไลน์ คือ ความสามารถ ในการ ‘สร้างการรับรู้’ โดยจะมีการ ใช้งบประมาณ เริ่มต้นในการทำที่ต่ำ และ จะสามารถ วัดผลได้อย่างรวดเร็ว และ สะดวกกว่า สื่อ Traditional media ส่วนข้อเสีย คือ บนโลกออนไลน์ จะมีสื่ออยู่เป็นจำนวนมาก

และต่างก็แข่งขันกัน อย่างรุนแรง เพื่อให้เสียงของตน เข้าถึงการรับรู้ ของผู้มุ่งหวัง ในกรณีที่ แบรนด์ของคุณ ยังไม่ได้เป็นที่รู้จัก อย่างกว้างขวาง หากเรา ไม่ได้ทำการตลาดแบบออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ และถูกทาง

ก็เปรียบเสมือน การทำธุรกิจของคุณ ไม่มีตัวตน บนโลกออนไลน์เลย ดังนั้น สิ่งที่จำเป็น จะต้องทำในขั้นตอน นี้ก็คือ การสื่อสาร ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ของคุณ ให้เข้าใจว่า ทำไมพวกเขาเหล่านั้น จึงเหมาะสมกับ สินค้า หรือ การบริการ ของแบรนด์นั้น ๆ

การใช้ Inbound Marketing สื่อสารด้วย Content Marketing

– การทำ Search Engine Optimization (SEO) ให้ถูกหาเจอบน Google
– การใช้สื่อ Social Media ต่าง ๆ เช่น Facebook, LINE, Youtube หรือ Instagram เป็นต้น
– การใช้ Email Marketing
– การตลาดแบบปากต่อปาก
– การสื่อสารผ่านเว็บบอร์ด

การใช้ Outbound Marketing

– Facebook Ads
– LINE Broadcast
– Google Text/Image Ads
– Youtube Video Ads
– Instagram Ads

– ในขั้นตอนที่ 2 Discovery การค้นพบ

ดิจิทัล

วัตถุประสงค์ ก็เพื่อ สร้างการรับรู้ ให้กับแบรนด์ และ มีโอกาส ที่จะกลายมาเป็น ลูกค้า ในภายหลัง โดยมีวิธี ให้ความรู้ ผ่าน Content และ ก่อเกิด การบอกต่อ ๆ กัน โดยในขั้นตอนนี้ ผู้คนจะเริ่ม ได้รับข้อมูล ผ่าน ๆ หู ผ่าน ๆ ตา เกี่ยวกับสินค้า หรือ การบริการ ของแบรนด์เรา หรือ มีการรับรู้ว่า มีสินค้า หรือ บริการที่น่าจะตอบสนอง ต่อความต้องการ ของตนเองได้

โดยที่ผู้คน จะเริ่มค้นหา ข้อมูลบนโลกออนไลน์ เพื่อเรียนรู้ ศึกษาหาข้อมูล เพิ่มเติม ซึ่งวิธีแรก ที่มักจะนึกถึง คือ การพิมพ์คำค้นหา (Keyword) บน Google แล้วเข้าเยี่ยมชม ในเว็บไซต์ ที่มีข้อมูล ที่เป็นประโยชน์

และในขั้นตอนนี้นี่เอง ที่ผู้คน ก็จะเริ่มค้นพบ แบรนด์ของเรา ในกรณีที่ เว็บไซต์ของเรา ติดอันดับหน้าแรก ๆ บนผลการค้นหา ของ Google ซึ่งคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ในบทความ SME ที่ต้องรู้ พื้นฐานทำแบรนด์ ให้ติด Google

และ ในขั้นตอนนี้ Content ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ คุณจำเป็น จะต้องวางกลยุทธ์ และ ทำการตลาด ให้กับ Content โดยจุดประสงค์ ในขั้นตอนนี้ ไม่ใช่เพื่อ การขาย หรือ การนำเสนอสิทธิพิเศษใด ๆ แต่ให้โฟกัสไปที่ การให้ข้อมูลที่จำเป็น และ เป็นประโยชน์ ต่อผู้อ่าน

– ในขั้นตอนที่ 3 Consideration การพิจารณา

ดิจิทัล

วัตถุประสงค์ ในขั้นตอนนี้ ก็เพื่อให้ได้มา ซึ่งลูกค้า ที่จ่ายเงินซื้อสินค้า หรือ บริการของแบรนด์ ผ่านวิธีการ ให้ข้อมูล ที่สามารถ ช่วยแก้ไขปัญหา ตอบสนอง ต่อความต้องการ หรือ การอธิบายว่า สินค้า หรือ บริการนั้น ๆ ของเรา จะช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น ดีขึ้นได้อย่างไร ในขั้นตอนนี้ คุณจะสามารถ สื่อสาร และ นำเสนอ แก่ผู้บริโภคได้ โดยตรงว่า

สินค้า หรือ บริการของเรานั้น สามารถช่วยแก้ไขปัญหา ของพวกเขาได้อย่างไร และทำไม พวกเขาจึงเหมาะสมกับ สินค้า หรือ บริการของแบรนด์เรา ข้อควรระวัง คือ ในขั้นตอนนี้ ผู้คนจะยังไม่ปักใจเชื่อไปซะทีเดียว เพราะอย่าลืมว่า ยังมีข้อมูลจากเว็บไซต์ของคุณ มีข้อมูล เว็บไซต์ ของคู่แข่ง อีกมากมาย ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจ เช่นเดียวกัน

และในขั้นตอนนี้เอง หากคุณ สามารถเผยแพร่ Content ที่ตอบโจทย์ พวกเขาได้มากที่สุด ผู้บริโภค ก็เริ่มเห็นความแตกต่าง และเริ่มมีการเปรียบเทียบ ข้อมูลของแต่ละแบรนด์ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สิ่งที่คุณสามารถ นำเสนอรูปแบบ ของ Content ในขั้นตอนนี้ ควรจะเป็นกรณีศึกษา เกี่ยวกับสินค้า หรือ บริการของแบรนด์คุณ

Content ประเภท How – to ให้ความรู้ ในการนำสินค้า หรือ บริการของคุณ ไปใช้แก้ไขปัญหา หรือ ตอบโจทย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใจ ของผู้บริโภค รายละเอียด และข้อมูลเชิงลึก ของสินค้า หรือ บริการของคุณ

– ขั้นตอนที่ 4 Conversion การเปลี่ยนเป็นลูกค้า

ดิจิทัล

วัตถุประสงค์ ก็เพื่อปิดการขาย ให้กับลูกค้า โดยการแสดงรายละเอียด และข้อมูล ของสินค้า โดยนำเสนอจุดเด่น และนำเสนอ คุณค่า ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ของแบรนด์คุณนั้น ในขั้นตอนนี้ ผู้บริโภค มีความสนใจ อย่างยิ่ง ที่ต้องการจะทำการซื้อขาย กับแบรนด์ของคุณ

โดยอาจต้องการ การโน้มน้าว และ เพิ่มความมั่นใจ อีกเล็กสักเล็กน้อย จากคุณ เพียงให้คุณ ทำการกระตุ้นให้ถูกจุด ผู้บริโภค ก็พร้อมที่จะจ่ายเงิน ให้กับคุณ ในทันที ดังนั้น ในขั้นตอนนี้ คุณสามารถ นำเสนอการขาย อย่างตรงไปตรงมา (และถ้าหาก คุณพบว่า การขายแบบ Hard Sell ของแบรนด์คุณ มันเวิร์ค ก็จงใช้ในการปิดการขายให้จงได้)

สิ่งที่คุณจะต้องทำ ในขั้นตอนนี้ ก็คือ Social Proof หรือ Testimonials ที่จะช่วยเพิ่ม ความน่าเชื่อถือ ให้กับแบรนด์ของเราได้ รีวิวจากลูกค้า ที่เคยอุดหนุน ไปก่อนหน้านี้ และใช้ระบบ การรับชำระเงิน ที่น่าเชื่อถือ และ มีระบบป้องกันสูง เพื่อปกป้องข้อมูล ของลูกค้า

– ในส่วนของ ขั้นตอนที่ 5 Customer Relationship การสานสัมพันธ์กับลูกค้า

ดิจิทัล

วัตถุประสงค์ ก็เพื่อการติดต่อ สื่อสาร กับทางลูกค้า เพื่อนำไปสู่ การเป็นลูกค้า ในระยะยาว ผ่านวิธีการออกแบบ และสร้าง Content สำหรับลูกค้า ที่เคยอุดหนุนมาแล้ว โดยเฉพาะ ในขั้นตอนนี้ ลูกค้าได้ซื้อสินค้า หรือ บริการของเรา ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่งานของเรายังไม่จบ แต่เพียงเท่านั้น

ยังจะต้องมีการส่งสินค้า ขอรีวิวจากลูกค้า รับประกันสินค้า และ ให้ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ตัวอื่น ๆ ของบริษัท เพื่อปูทาง ไปสู่การกลับมาซื้อซ้ำ ๆ หรือใช้สินค้า หลาย ๆ อย่าง ร่วมกัน

ในขั้นตอนนี้ จำเป็นต้อง ออกแบบคำสื่อสาร ที่แตกต่างออกไป จากขั้นตอนแรก ๆ ที่พวกเขาเหล่านี้ ยังไม่ได้เป็น ลูกค้าของเรา ขั้นแรก ให้คุณคำนวณมูลค่า ทั้งหมด ที่จะเกิดขึ้น ตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า แต่ละราย มีสูตรคำนวณดังนี้

Customer Lifetime Value (CLV) = ระยะเวลาที่ลูกค้าใช้บริการ (ปี) x (จำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี x มูลค่าเฉลี่ยของลูกค้า x กำไรเฉลี่ยของลูกค้า)

– และขั้นตอนที่ 6 Retention การรักษาฐานลูกค้าเดิม

ดิจิทัล

วัตถุประสงค์ ของการรักษา ฐานลูกค้าเดิม เอาไว้ และ เกิดการซื้อซ้ำ ผ่านกระบวนการ บริการหลังการขาย ให้ความช่วยเหลือ กับลูกค้า ในด้านต่าง ๆ โดยในขั้นตอนนี้ จะต้องออกแบบ Content Marketing ที่มีความแตกต่างออกไป

เพราะในขั้นตอนนี้ จะเน้นที่ การเพิ่มยอดขาย จากฐานลูกค้าเดิม เป็นหลัก ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณ ในการทำการตลาด ไปได้อย่างมาก เนื่องจาก เป็นลูกค้าที่ มีความคุ้นเคย เคยชิน และรู้จักกับสินค้า ของแบรนด์เรา เป็นอย่างดี และหากสินค้า หรือ บริการของแบรนด์ สามารถตอบโจทย์ และ ตอบสนองความต้อง การของลูกค้าได้ดี

ก็ใช้การโน้มน้าว หรือ ยื่นข้อเสนอ เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ เกิดการซื้อซ้ำ ได้อย่างไม่ยากเย็น เท่ากับคนที่ยังไม่เคย เป็นลูกค้า ของเรามาก่อน ลักษณะ Content Marketing ที่ต้องทำ เช่น การให้ข้อมูล ความรู้เชิงลึก ที่ลูกค้าสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ กับสินค้า และ บริการของคุณ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น

โดยคุณอาจทำ ในรูปแบบของ เอกสารดิจตอล แจก หรือ วีดีโอคลิปดี ๆ ให้รับชม รวมไปถึง การส่งข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ในรูปแบบของ Voucher และ Coupon เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ก็คือ 6 ขั้นตอน ในการเปลี่ยนจาก คนแปลกหน้า ให้กลายมาเป็น ลูกค้าประจำ โดยหาก ดูจากสถิติ ของการใช้งบประมาณ ในการทำการตลาด แล้วจะพบว่า

ต้นทุน ในการหาลูกค้าใหม่นั้น สูงกว่า ลูกค้าเดิม เป็นอย่างน้อย ถึง 6 เท่า ดังนั้น หากธุรกิจ ของคุณ มีการจัดทำ วางแผนกลยุทธ์ ด้าน Content Marketing ที่เหมาะสม กับทุกขั้นตอน ก็จะทำให้ ธุรกิจของคุณ เติบโตได้อย่างยั่งยืน และมั่นคง

By cook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *