นักสืบเอกชน

นักสืบ หรือ นักสืบเอกชน คือบุคคลที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญในด้านการสืบหาข้อมูลสำคัญเชิงลึก สืบหาหลักฐานสำคัญต่างๆที่จำเป็นได้อย่างแม่นยำ ในเวลาที่สั้นที่สุด และรวดเร็วที่สุด นักสืบแห่งประเทศไทย เป็นบริษัทนักสืบเอกชน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล หรือหน่วยงานข้าราชการ แต่เป็นศูนย์รวม นักสืบเอกชนที่ดีที่สุด ทั่วประเทศ

มีทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของงานนักสืบที่ยาวนาน โดยปฏิบัติงานพร้อมทีม นักสืบมืออาชีพ มากประสบการณ์ และมีความชำนาญเป็นพิเศษเกี่ยวกับงานสืบ ไม่ใช่พนักงาน [ พาร์ทไทม์ ]

นักสืบเอกชน

เรามีทีมงาน นักสืบมืออาชีพ ที่ผ่านการทำงานมาแล้วหลายคดียาก – ง่าย สืบติดตาม สืบล้วงข้อมูล และสืบตามหาคน เราเป็นมือ 1 ของวงการงานสืบในแต่ละสายงาน ทำงานเป็นระบบ แยกตำแหน่งงานชัดเจน ตามความสามารถนักสืบ ไม่มีประวัติฉ้อโกง ไม่หลอกลวงค่าจ้าง จ้างนักสืบ ไม่เคยเปลี่ยนเบอร์ติดต่อ ไม่มีข่าวในเชิงลบเสียหาย มีผลงานมากมาย

การันตีด้วยจรรยาบรรณนักสืบ รับรองความพึงพอใจผลงาน 100% พื้นที่บริการงานสืบทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทีมงานนักสืบ ทำงานร่วมมือ และประสานงาน กับคนในพื้นที่ เพื่อเข้าถึงประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่ง และนำมาซึ่งข้อมูลสำคัญ อย่างแนบเนียนที่สุด มีการจัดเก็บข้อมูลความลับของลูกค้าเป็นอย่างดี เป็นระบบ และเป็นมืออาชีพสูง

หน้าที่ของนักสืบ

– นักสืบต้องรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นระยะ

นักสืบ เมื่อรับงานจากผู้ว่าจ้างแล้ว ควรจะมีการติดต่อ กับผู้ว่าจ้างเป็นระยะ ๆ ไม่ควรเงียบหายไปเฉย ๆ เนื่องจากผู้ว่าจ้าง ต้องการทราบความคืบหน้า ของการ สืบอยู่ตลอดเวลา นับว่าตลอดเวลาจริง ๆ อยากรู้ว่า นักสืบทำงานไปถึงไหน เป้าหมายที่ให้ไปสืบ เป็นอย่างไร มีปฏิกิริยา หรือมีความตื่นตัวอย่างไร เป้าหมายไปทำอะไร ไปทำไม ที่สำคัญคือ ไปกับใคร สิ่งเหล่านี้ เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ว่าจ้าง ต้องการทราบอยู่ตลอดเวลา

รายงานความเคลื่อนไหว ของงานแบบ Real Time พร้อมบันทึก ภาพ/ เสียง/ คลิป – วีดีโอ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างทราบความเคลื่อนไหว ของงานได้เป็นระยะ และทราบถึงการทำงาน โดยเฉพาะการ สืบเรื่องชู้สาว นักสืบยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ที่จะต้อง คอยรายงานให้ผู้ว่าจ้าง ทราบอยู่บ่อย ๆ รายงานทุกวันได้ยิ่งดี ขอเพียงแค่รายงานไปตามความเป็นจริง

นักสืบเอกชน

ถึงแม้คำรายงานของเรา จะเป็นข้อมูลซ้ำ ๆ เดิมก็ตาม อย่างน้อยในด้านจิตวิทยา ก็ทำให้ผู้ว่าจ้าง รู้สึกสบายใจขึ้น และเห็นว่านักสืบ กำลังทำงานให้เขาจริง ๆ ดังนั้น ไม่ต้องกังวลว่า งานไม่คืบหน้า แล้วเราไม่รายงาน การติดต่อกับผู้ว่าจ้างบ่อย ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ นักสืบ ดังที่กล่าวมา

– นักสืบต้องรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง

เมื่อ มีการติดต่อว่าจ้าง ให้สืบเรื่องใดแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักสืบ ต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ การรักษาความลับ ของผู้ว่าจ้าง เมื่องานนั้นสิ้นสุดลง มีการส่งมอบงานกันแล้ว แต่ความรับผิดชอบ ของนักสืบ กลับไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น สิ่งที่นักสืบต้องทำต่อไป คือ การรักษาความลับ ของผู้ว่าจ้าง โดยไม่นำมาเปิดเผยต่อบุคคลอื่น ๆ

เพราะว่าเรื่องราวบางอย่าง มีความสำคัญ เกี่ยวเนื่องถึงเกียรติยศ ชื่อเสียง ของผู้ว่าจ้าง หากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ย่อมไม่เป็นผลดี ต่อผู้ว่าจ้าง และตัวนักสืบเอง ผู้ว่าจ้างอาจเสื่อมเสียชื่อเสียง นักสืบเอง ก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้น การรักษาความลับ ให้กับผู้ว่าจ้าง จึงเป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบโดยตรง ของนักสืบ เนื่องจากว่า ผู้ที่มาว่าจ้าง ย่อมให้ความไว้วางใจในตัวนักสืบ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

การที่นักสืบ นำเรื่องราวของผู้ว่าจ้าง ไปเปิดเผยแม้โดยเจตนา หรือไม่เจตนาก็ ตาม ก็เหมือนกับนักสืบนั้น ได้ทำการ ทุบหม้อข้าวของตนเอง การรักษาความลับ ให้ผู้ว่าจ้างนี้ยังรวมถึง การติดต่อว่าจ้างตอนเริ่มต้น ถึงแม้ว่าจะไม่มี การว่าจ้างเกิดขึ้นจริง ๆ ก็ตาม นักสืบจำเป็นต้อง เก็บรักษาเรื่องราวเหล่านี้ไว้ ไม่นำไปเปิดเผย และให้เป็นความลับ ติดตัวนักสืบตลอดไป

– นักสืบต้องมีคุณธรรม

ไม่มีงานสืบใด ๆ ในโลก ที่สามารถรับรองผลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ นักสืบไม่ควรคุยโอ้อวดว่า สามารถสืบเรื่องราวใด ๆ ก็ได้ ราวกับเซียนผู้วิเศษ เพราะการเป็นนักสืบ ไม่ได้หมายถึง การจับยามสามตา ล่วงรู้ทุกสรรพสิ่ง เมื่อมีการติดต่อว่าจ้างเข้ามา นักสืบไม่ควรอวดอ้างสรรพคุณ ของตนเอง ว่าสามารรับรอง ผลการสืบได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะจะทำให้ดูขาดความน่าเชื่อถือ

นักสืบควรวิเคราะห์ ถึงความเป็นไปได้ จากการบอกเล่า ของผู้ว่าจ้าง ถึงเนื้องานนั้น ๆ ว่ามีความเป็นไปได้ มากน้อยเพียงใด ในการสืบ นักสืบควรถามผู้ว่าจ้าง ให้ชัดเจน ถึงขอบเขตงาน ที่จะให้ทำ เมื่อนักสืบทำการวิเคราะห์ อย่างคร่าว ๆ จากข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างให้มา และรู้ถึงขอบเขตงานแล้ว จึงค่อยตัดสินใจ รับงานนั้น ๆ และทำการตกลง กับผู้ว่าจ้างให้ชัดเจน ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดในการสืบ เพื่อเป็นการ

– save ตัวของนักสืบไม่ให้ถูกกดดันจนเกินไป

การตามสืบในเรื่องใด ๆ ก็ตาม เมื่อนักสืบ สืบได้ความจริงแล้ว ไม่ควรนำข้อมูลนั้น กลับไปข่มขู่คุกคามเป้าหมาย ให้เอื้ออำนวยผลประโยชน์ อย่างใดอย่างหนึ่งแก่นักสืบ เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยความลับ ของเป้าหมาย การกระทำแบบนี้ ถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง

นักสืบต้องตระหนัก และเข้าใจว่า หน้าที่ของนักสืบ คือ การสืบให้ได้ตามวัตถุประสงค์ ของผู้ว่าจ้างเท่านั้น นักสืบมิใช่ตุลาการ ที่จะคอยตัดสินความผิดถูก ของผู้หนึ่งผู้ใด หรือนักสืบ ไม่ใช่นักการตลาด ที่จะคอยหาผลประโยชน์ จากการถือไพ่เหนือกว่า เป้าหมาย อันเนื่องมาจาก กำความลับ ของเป้าหมายอยู่ นักสืบเมื่อสืบได้ข้อสรุปแล้ว ควรรีบรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบ และส่งมอบงาน ทันที

– นักสืบต้องเป็นคนช่างสังเกต

บ่อย ครั้งที่นักสืบทำเป้าหมายหลุด จากการติดตามทั้ง ๆ ที่ ตัวเป้าหมายเอง มิได้ทราบเลยว่า มีนักสืบคอยติดตามอยู่เพียงแต่ว่าเป้าหมายที่นักสืบคอยติดตามนั้น มีความระมัดระวังตัว มีการปลอมแปลงตัวอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนยากต่อการติดตาม

ดังนั้นนักสืบต้องคอยสังเกตให้ดีถึงจุดเด่นของเป้าหมายว่ามีส่วนใดที่สามารถ จดจำได้ง่าย เช่น สีผิว ทรงผม สีเล็บ ส่วนสูง ความอ้วน ผอม หรือแม้กระทั่งจังหวะการก้าวเดิน สิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาสั้นๆ จุดสังเกตเล็กๆน้อยเหล่านี้ จะช่วยให้นักสืบสามารถติดตามเป้าหมาย ได้ตลอดโดยไม่หลุดหายไปเสียก่อนเวลาอันควร

By cook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *