ยี่เป็งเชียงใหม่ 2564

เตรียมการจัดงาน “ยี่เป็งเชียงใหม่ 2564” เชิญชวน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง เมื่อวันอังคาร ที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธาน ในการประชุม เตรียมการจัดงาน ประเพณีเดือนยี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2564 โดยมี สล็อต

– นายไทณ์ โรจน์รัตนจินดา
– นายสุนทร ยามศิริ
– นายจิโรจน์ โรจนเสาวภาคย์
– นางสาวรัชนี ชมชื่น รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
– นายเมธิศ วุฒิฉายานันท์ เลขานุการนายกเทศมนตรี
– นางสาวนัชชา บรรณจักร์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรี
– นางนุสรา ยันตรโกวิท ปลัดเทศบาล
– นายสุรพล ภู่บุบผา รองปลัดเทศบาล
– หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่
– เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ที่เกี่ยวข้อง

ยี่เป็งเชียงใหม่ 2564

เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมฝ้ายคำ สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยที่ประชุม ได้เน้นย้ำถึง การปฏิบัติตามมาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาด ของไวรัส โควิด – 19 อย่างเข้มงวด

งดการดื่ม และจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในบริเวณพื้นที่จัดงาน งดการจุดประทัดยักษ์ งดการปล่อยโคมลอย โคมไฟ อย่างเด็ดขาด และขอเชิญชวน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง เพื่อสืบสาน ประเพณีล้านนา อันดีงาม

ล่องสะเปา ลอยกระทงในฉบับล้านนา

สำหรับชาวล้านนา จะมีกระทง ในรูปแบบเฉพาะ ที่เรียกว่า สะเปา หรือ ไหลเรือสำเภา (การลอยกระทงนั้น รับมาจากภาคกลาง ในยุคหลัง) โดยชาวบ้าน จะไปทำสะเปา ร่วมกันที่วัด เสร็จแล้ววางลงบนแพไม้ไผ่ และนำสะตวง (สิ่งของพิธีกรรม ของจาวภาคเหนือ ล้านนา)

พร้อมด้วย ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ใส่ลงไปใน สะเปา ช่วงหัวค่ำ ของวันยี่เป็ง จึงพากันหามสะเปา ปล่อยที่แม่น้ำ เมื่อสะเปาลอยไปได้ระยะหนึ่ง จะมีคนยากจน คอยดักรอ สะเปากลางแม่น้ำ เพื่อนำเอา ของอุปโภคต่าง ๆ มาใช้ เป็นการบริจาคทาน อีกรูปแบบหนึ่ง

เมื่อเข้าสู่เดือน เกือบสุดท้ายของปี เดือนแห่งเทศกาลลอยกระทง ที่เราคุ้นเคย กันเป็นอย่างดี เราจะมาแนะนำ เทศกาลทาง ภาคเหนือ ที่จัดขึ้น ไล่เลี่ยกันกับวันลอยกระทง นั่นคือ “ประเพณียี่เป็ง” หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในนาม การปล่อยโคมลอย

ประเพณียี่เป็ง เป็นประเพณีของชาวล้านนา จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในทุก ๆ ปี ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มาของชื่อ มาจากภาษาล้านนา โดยคำว่า “ยี่” หมายถึง เดือนที่สอง ของคนล้านนา ส่วนคำว่า “เป็ง” หมายถึง พระจันทร์ ในคืนวันเพ็ญ

ยี่เป็งเชียงใหม่ 2564

เนื่องจากประเพณีนี้ จะจัดขึ้นในวันเพ็ญ เดือนสอง ของชาวล้านนา ซึ่งตรงกับ เดือนสิบสอง ตามปฏิทิน จันทรคติไทย กิจกรรมที่จะมีขึ้น ในช่วงประเพณี ตลอด 4 วัน มีด้วยกัน อย่างหลากหลาย เช่น

– การแสดงประติมากรรม โคมไฟสีสันยี่เป็ง
– การประกวดหนูน้อยนพมาศ
– พิธีบวงสรวงขอขมาแม่น้ำปิง
– การเข้าวัดทำบุญ เป็นต้น

ไฮไลท์เด็ด ของประเพณีนี้ ก็คือ การปล่อยโคมลอย นับร้อย นับพัน ขึ้นไปส่องสว่าง เคียงข้างกับแสงจันทร์ มีความเชื่อว่า การปล่อยโคมลอย ในคืนพระจันทร์เต็มดวง จะช่วยนำพาสิ่งอัปมงคล ออกไปจากชีวิต เพื่อต้อนรับ สิ่งมงคล ที่จะเข้ามาในปีหน้า ฟ้าใหม่

คิดว่าหลาย ๆ คน คงเคยไปสัมผัส ประสบการณ์ น่าประทับใจนี้ กันมาบ้างแล้ว หรือ อาจจะเคย เห็นภาพโคมลอย สวยงาม ตามโลกโซเชียลกันมาบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่า ความสวยงาม ตระการตา ของเทศกาลนี้ ดึงดูดนักท่องเที่ยว ไปทั่วโลก ถึงขั้นไปปรากฏอยู่ ในฉากสุดโรแมนติก ในเรื่อง Tangled ของทาง Disney

ถือเป็นการโปรโมต และ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ของประเทศไทย ที่ดีไปในตัว ยิ่งในยุคสมัย ที่สื่อโซเชียล ได้รับความนิยม ยิ่งดึงดูด ให้เหล่ายูทูปเบอร์ หรือ บล็อกเกอร์รีวิว การท่องเที่ยว ต่าง ๆ พากันเข้าไปทำคอนเทนต์ กันอย่างมากมาย ยิ่งเป็นการสร้างการรับรู้ เกี่ยวกับประเพณียี่เป็ง ออกไปอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม การปล่อยโคมลอย ไม่ใช่ว่า อยากจะปล่อย ก็ปล่อยได้ตามใจชอบ เพราะอาจจะสร้างอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ใกล้เคียง สนามบิน ทางจังหวัดเชียงใหม่ จะกำหนด และควบคุม การปล่อยโคมลอย ในพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้โคมลอย เข้าไปติด ในเครื่องบิน รวมถึง ลอยเข้าไป ตกตามชุมชน

นอกจากนี้ ควรระมัดระวัง ในการปล่อยโคมลอย ไม่ให้ไฟลุกลาม ไปโดนวัตถุไวไฟ ต้องมั่นใจว่า โคมที่ปล่อย มีความร้อนมากพอ ที่จะลอยขึ้นไปได้ จากนั้น ปล่อยขึ้นทางตรง ไม่ปล่อยโคมเอียง ไปด้านข้าง เพราะโคม อาจลอยไปติดต้นไม้ หรือ ร้านค้าใกล้เคียง จนเกิดเพลิงไหม้ได้

ยี่เป็งเชียงใหม่ 2564

ความสำคัญของประเพณียี่เป็ง ตามวัฒนธรรมของล้านนา จะแบ่งโคมไฟออกเป็น 4 แบบ คือ

– แบบแรกเรียก “โคมติ้ว” หรือ โคมไฟเล็ก ที่ห้อยอยู่ กับซีกไม้ไผ่ ซึ่งผู้คน จะถือไปในขบวนแห่ และนำไปแขวน ไว้ที่วัด
– แบบที่สองเรียก “โคมแขวน” ที่ใช้แขวน บูชาพระพุทธรูป รูปแบบของโคมแขวน เช่น รูปดาว รูปตะกร้า โดยปกติ จะใช้แขวนตามวัด หรือตามหิ้งพระ ก็ได้
– แบบที่สามเรียก “โคมพัด” ทำด้วยกระดาษสา เป็นรูปกรวย สองอัน พันรองแกน เดียวกัน ด้านนอกจะไม่มีลวดลาย ส่วนด้านใน จะตัดแต่ง เป็นรูปทรงต่าง ๆ ในทางพุทธศาสนา เมื่อจุดโคมด้านใน แสงสว่าง จะทำให้เกิดเงา บนกรวย ด้านนอก ก็จะเคลื่อนไหว คล้ายตัวหนังตะลุง
– แบบสุดท้ายเรียก “โคมลอย” เป็นโคมใหญ่ มีรูปร่าง คล้ายบอลลูน ตัวโครง ทำจากซีกไม้ไผ่ หุ้มด้วยกระดาษสา เมื่อจุดโคม ความร้อนจากเปลวไฟ จะทำให้โคมลอยตัวขึ้น การปล่อยโคมลอยนี้ จะ ทำกันที่วัด หรือ ตามบ้านคน โดยเชื่อกันว่า โชคร้ายทั้งหลาย จะลอยไปกับโคม

By cook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *